ออฟฟิศซินโดรมมีกี่ระยะ และแนวทางแก้ไข
หลายๆ ท่านคงยังไม่ทราบว่าอาการปวดจากการทำงานที่อยู่ในท่าทางเดิมๆ ซ้ำๆ และต่อเนื่อง มักพบมากในหมู่พนักกงานออฟฟิศ และคุ้นเคยกันในชื่อ “ออฟฟิศซินโดรม” มีระยะของการบาดเจ็บด้วย ซึ่งความปวด เมื่อยนี้จะส่งผลความรุนแรงที่แตกต่างกันออกไป วันนี้ Homey Wellness by Newton EM จึงรวบรวมระยะของความรุนแรงออฟฟิศซินโดรมมาเล่าสู่กันฟัง
ตำแหน่งของกล้ามเนื้อที่มักพบความเจ็บปวด ปวดเมื่อย คือ บริเวณคอ บ่า ไหล่ หลัง
ปัจจัยที่ก่อให้เกิดออฟฟิศซินโดรม มีหลายสาเหตุ ใลนวันนี้เรายกมา 2 ข้อ ดังนี้
- สภาพแวดล้อมหรืออุปกรณ์ในการทำงานไม่เหมาะสม เช่น ความสูงของโต๊ะ เก้าอี้ไม่เหมาะกับสรีระของผู้ใช้งาน
- สภาพร่างกายที่ส่งผลต่อความเจ็บป่วย เช่น ความเครียดจากการทำงาน การพักผ่อนไม่เพียงพอ เป็นต้น
ระยะของออฟฟิศซินโดรม
ระยะที่ 1 ปวดเบื้องต้น
จุดเริ่มต้นของออฟฟิศซินโดรม มักเกิดจากอาการเมื่อยล้า หรือมีอาการปวดร่วมด้วย อาการจะหายไปเมื่อพักร่างกายเป็นระยะเวลาหนึ่ง และจะกลับมามีอาการอีกเมื่อนั่งทำงานติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน อาการจะเป็นๆ หายๆ วนอยู่แบบนี้เป็นสัปดาห์หรือนานเป็นเดือน หากไม่รีบแก้ไขสาเหตุของความเมื่อยล้า และอาการปวด จะส่งผลให้ความเรื้อรังของกล้ามเนื้อพัฒนาเข้าสู่ระยะที่ 2
ระยะที่ 2 ปวดระดับกลาง
จากการบาดเจ็บของโครงสร้างร่างกาย และกล้ามเนื้อที่สะสมมาเป็นระยะเวลานานขึ้น ส่งผลให้เริ่มมีอาการปวดร้าว เมื่อกดบริเวณที่ปวดอาจมีอาการชาหรืออ่อนแรงตามมา ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง ในระยะนี้อาการจะคงค้างไม่หายไปแม้ขณะหลับ ถ้าปล่อยทิ้งไว้อาการรุนแรงมาก เข้าสู่ระยะที่ 3
ระยะที่ 3 ปวดรุนแรง
อาการปวดรุนแรง ร้าวไปตามอวัยวะอื่นของร่างกาย เช่น กระบอกตา ต้นแขน รบการพักผ่อน อาจมีตื่นกลางดึก หรือหลับไม่สนิท ลักษณะงานเบาๆ ที่เคยทำได้ ก็ไม่สามารถทำได้อย่างคล่องตัวเหมือนเมื่อก่อน นี่เป็นสัญญาสุดท้ายที่ร่างกายฟ้องว่าออฟฟิศซินโดรมได้เข้ามาเป็นส่วนนึงในชีวิตเราเต็มรูปแบบ หากเรามีอาการมาถึงระยะที่ 3 นี้ แนะนำให้รีบรักษา และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเร่งด่วนที่สุด
การรักษาออฟฟิศซินโดรมด้วย กายภาพบำบัด
การรักษาออฟฟิศซินโดรมด้วยศาสตร์ทางกายภาพบำบัด ร่วมกับการใช้เครื่องมือทันสมัยเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่มีประสิทธิภาพสูง โดยนักกายภาพบำบัดมืออาชีพ ผู้เชี่ยวชาญมีประสบการณ์ เพื่อรักษาอาการปวด และปรับโครงสร้างร่างกายในส่วนที่มีปัญหา โดยมีโปรแกรม และเครื่องมือกายภาพบำบัดหลากหลายตามความเหมาะสมของปัญหาและอาการในแต่ละบุคคล
คุณสมบัติของเครื่องมือทางกายภาพบำบัด เช่น
– เครื่องกระตุ้นไฟฟ้า (Electrotherapy)
สำหรับกระตุ้นเพื่อให้กล้ามเนื้อเกิดการหดตัว ชะลอการลีบของกล้ามเนื้อ เพิ่มความแข็งแรง ทนทานของกล้ามเนื้อ เพิ่มการไหลเวียนเลือด ลดบวม ลดอาการปวด รวมถึงการเกร็งของกล้ามเนื้อ
– เครื่องเลเซอร์กำลังสูง (High power LASER therapy)
ช่วยลดอาการปวด บวมอักเสบของกล้ามเนื้อ ข้อ กระดูก และเส้นเอ็น
– เครื่องอัลตราซาวด์ (Ultrasound therapy)
ลดอาการปวด อักเสบ ช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัว และซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่บาดเจ็บ